การกินอาหารของหม้อข้าวหม้อแกงลิง

การกินอาหารของหม้อข้าวหม้อแกงลิง

ทรงของต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงนั้น มีทั้งยาวและสั้นตามลักษณะทางพันธุกรรม  มีฝาปิด ซึ่งสามารถกันน้ำฝนได้ เป็นร่มกับบังให้แมลงได้

 
ลักษณะของใบของต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงเป็นกับดักรูปทรงกระบอกมีหน้าที่ดักจับแมลง

 ลักษณะของกับดัก
 
มีฝาปิด ทำหน้าที่ ป้องกันน้ำย่อยในหม้อไม่ให้ฝนที่ตกลงมาไปเจือจางน้ำย่อย
ในกับดัก มี สารจำพวกขี้ผึ้งอยู้บริเวณผิวหนังภายใหนส่วนบน ทำหน้าที่
ทำให้บริเวณนั้นลื่น แมลงที่มากินน้ำหวานจะตกไปได้ง่าย
หม้อข้าวข้าวหม้อแกงลิงบางชนิดมีขนแหลมบริเวณปาก ทำหน้าที่
เวลาแมลงตกลงลงไปใหนกับดัก แมลงจะไต่กลับึ้นมาได้ยาก
 เมื่อแมลงตกลงไปใหนกับดัก จะถูกย่อยด้วยน้ำย่อยที่ผลิตมา
น้ำย่อยจะย่อยสารอาหารของเหยื่อและลำเลียงไปใช้ประโยชน์
ส่วนกากของเหยื่อที่ไม่สามารถย่อยได้จะถูกทิ้งไว้ที่ก้นของกับดัก
หม้อข้าวหม้อแกงลิงแต่ละชนิดมีวิธีหลอกล่อเหยื่อที่หลากหลาย
ไม่ว่าจะเป็น การสร้างน้ำหวาน  ผลิตกลิ่นแมลงตัวเมีย
หรืออาจจะมีสีสันต่างๆที่สะดุดตา


ข้อบังคับการอนุรักษ์ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง


ข้อบังคับการอนุรักษ์ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง

 

หม้อข้าวหม้อแกงมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญพันธื์ เนื่องจากการเก็บมาขายหรือบุกรุกป่า ทั้งนี้สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ
ได้บรรจุ ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง ลงในบัญชีอนุรักษ์ของสัญญาไซเตส เนื่องจากประเทศไทยได้เป็นสมาชิก จึงได้กำหนดนโยบายต่างๆ 
ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรื่อง พืชอนุรักษ์ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2518 ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2535 รายละเอียดที่เกี่ยวข้อง


วงศ์หม้อข้าวหม้อแกงลิง (NEPENTHACEAE (Pitcher-plants)




พืชอนุรักษ์บัญชีที่ 1
ชื่อไทย  นีเพนเธส คาเซียนา
ชื่อสากล Nepenthes khasiana 
ชื่อทางวิทยาศาสตร์  Indian pitcher plant



ชื่อไทย  นีเพนเธส ราจาห์
ชื่อสากล Nepenthes rajah
ชื่อทางวิทยาศาสตร์  Kinabalu pitcher plant

พืชอนุรักษ์บัญชีที่ 2
ชื่อไทย  นีเพนเธส สปีชีส์
ชื่อสากล Nepenthes spp.
ชื่อทางวิทยาศาสตร์  Pitcher-plants

ข้อบังคับ
1. ห้ามมิให้ผู้ใดนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านพืชอนุรักษ์และซากของพืชอนุรักษ์ เว้นแต่ได้รับหนังสืออนุญาตจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย (มาตรา 29 ตรี)
2. ผู้ใดประสงค์จะขยายพันธุ์เทียมพืชอนุรักษ์เพื่อการค้า ให้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนสถานที่เพาะเลี้ยงพืชอนุรักษ์ต่อกรมวิชาการเกษตร (มาตรา 29 จัตวา)

 

เทคนิคการปลูกเลี้ยงหม้อข้าวหม้อแกงลิงให้สวยงาม

เทคนิคการปลูกเลี้ยงหม้อข้าวหม้อแกงลิงให้สวยงาม

ผู้คนส่วนใหญ่อาจจะคิดว่าการเลี้ยงต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงเป็นเรื่องที่ยาก แต่ความเป็นจริงถ้าเรารู้เทคนิคเพียงเล็กน้อยก็จะสามารถเลี้ยงต้อนหม้อข้าวหม้อแกงลิง

ให้สวยงามได้

วัสดุที่ใช้ปลูกหม้อข้าวหม้อแกงลิง

หม้อข้าวหม้อแกงลิง เป็นต้นไม้ที่ชอบเครื่องปลูกที่มีลักษณะโปร่งๆ ถ่ายเทอากาศได้สะดวก มีความชื้น และไม่แฉะ ปกติจะใช้กาบมะพร้าวสับขนาดเล็ก

เราอาจใช้ขุยมะพร้าว, ทรายหยาบ, ใบก้ามปู, หินภูเขาไฟ หรือ หินพัมมิส , เวอร์มิคูไลท์  , เพอร์ไลท์ , สแฟกนั่มมอส

และ พีทมอส  เป็นส่วนประกอบของเครื่องปลูกได้ โดยใช้ผสมกับกาบมะพร้าวสับ ในอัตราส่วน 3:1

(กาบมะพร้าว 3 ส่วน อื่นๆ 1 ส่วน)

กระถาง

 กระถางที่เหมาะสมแก่การการเลี้ยงหม้อข้าวหม้อแกงลิง ควรจะใช้กระถางพลาสติก และไม่ควรใช้กระถางดินเผา

ในการปลูกเลี้ยง

น้ำ 

การให้น้ำหม้อข้าวหม้อแกงลิง  รดน้ำวันละครั้งเดียว ตอนช่วงเช้า รดให้น้ำทะลุผ่านออกก้นกระถาง และหากจำเป็นต้องรด

ช่วงเย็น พยายามให้น้ำที่เกาะอยู่ตามต้นแห้งก่อนจะค่ำ

แสง

 แสงเป็นปัจจัยสำคัญที่ให้หม้อข้าวหม้อแกงลิงเจริญเติบโต และออกหม้อ หม้อข้าวหม้อแกงลิงควรได้รับแสงอย่างน้อยครึ่งวัน การเจริญเติบโตอาจช้ากว่าต้น

ที่ได้รับแสงเต็มวัน หม้อข้าวหม้อแกงลิงเป็น ต้นไม้ที่ชอบแสงมากๆ แต่ไม่ชอบแดดกลางแจ้งโดยตรง

ความชื้น

 ความชื้นเป็นปัจจัยสำคัญทำให้หม้อข้าวหม้อแกงลิงออกหม้อ ถ้าความชื้นไม่เพียงพอปลายใบที่พัฒนาออกมาเป็นหม้อจะแห้ง ไม่เจริญเติบโตต่อ

ปุ๋ย และอาหารเสริม 

เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยจำเป็นมากสำหรับหม้อข้าวหม้อแกงลิง แต่ถ้าใส่จะทำให้เจริญเติบโตรวดเร็วขึ้น ใช้ปุ๋ยละลายช้าสูตรเสมอ 14-14-14, 16-16-16 หรือสูตรเร่งดอก

ก็ได้ ใส่ประมาณ 5-15 เม็ด ต่อกระถาง ใน 1 ปีควรใส่ปุ๋ยแค่ 2-4 ครั้ง

เทียนหอมจากหม้อข้าวหม้อแกงลิง (ผลิตภัณฑ์จากหม้อข้าวหม้อแกงลิง)

เทียนหอมจากหม้อข้าวหม้อแกงลิง

เศษเทียนเล่มเล็กที่ไม่มีใครใช้แล้ว ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงสามารถเปลี่ยนเป็นเทียนหอมหม้อข้าวหม้อแกงลิงได้

อุปกรณ์

  • เทียนที่เหลือใช้
  • หม้อ
  • ลูก หรือ ตัวของหม้อข้าวหม้อแกงลิงที่ตายแล้ว
  •  น้ำหอม อาจจะใช้ดอกไม้ก็ได้

วิธีทำ

  1. นำเทียนใส่ในภาชนะเหล็กหรืสแตนเลส
  2. นำไปตั้งไฟจนเทียนหลอมเหลว
  3. หยอดน้ำหอมลงไปในหม้อข้าวหม้อแกงลิง
  4.  เทเทียนที่เหลวลงไปในหม้อข้าวหม้อแกงลิง
  5. รอจนกว่าจะแข็งประมาณ 1 – 3 ชั่วโมง

ขนมเหนียวหม้อข้าวหม้อแกงลิง

ขนมเหนียวหม้อข้าวหม้อแกงลิง

ขนมไทยที่แปลกใหม่ มีกลิ่นของข้าวเหนียวกระทิและหม้อข้าวหม้อแกงลิง

เครื่องปรุง

  • – ข้าวเหนียว 5 ถ้วย
  • – กะทิ 2 ถ้วย
  • – เกลือ 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • – น้ำตาลทราย1/2 ถ้วย
  • – กรวยหม้อแกงลิงอวบๆ  50 หม้อ ล้างให้สะอาด

วิธีการทำ

  1. แช่ข้าวเหนียวเอาไว้ แล้วนำกรวยหม้อแกงลิงไปล้าง
  2.  นำมาเรียงไว้ในภาชนะที่ใช้นึ่ง  ขูดมะพร้าวคั้นกะทิแยกหัวแยกหางกะทิไว้
  3. กรอกข้าวเหนียวที่แช่ไว้จนได้ที่ลงไปในกรวย จากนั้นหยอดหางกะทิตามลงไป ยกขึ้นเตานึ่งพอข้าวเหนียวใกล้สุกดีหยอดหัวกะทิที่ผสมกับเกลือพอเค็มนิดลงไป
  4. นึ่งอีกครั้งจนสุกดี

วิธีการรับประทาน

สามารถกินไปทั้งส่วนตัวกรวยและข้าวเหนียวภายใน หรือปอกเปลือกกินข้าวเหนียวเฉยๆเลยก็ได้

การเพาะเมล็ดหม้อข้าวหม้อแกงลิง

การเพาะเมล็ดหม้อข้าวหม้อแกงลิง

วัสดุ อุปกรณ์ สำหรับเพาะเมล็ดหม้อข้าวหม้อแกงลิง


1. กาบมะพร้าวสับ เบอร์ละเอียดสุด
2. ขุยมะพร้าว ร่อน ผงที่ละเอียด
3. ตระกร้าพลาสติก ขนาดตามเหมาะสม
4. ปุ๋ยออสโมโคส 14-14-14
5. ถุงพลาสติกใส

วิธีทำ

1.เอากาบมะพร้าวสับมาใส่รองก้นตระกร้าให้หนาไม่ต่ำกว่า 2 เซ็นติเมตร เกลี่ยแล้วกดให้แน่นพอประมาณ
2.หว่านปุ๋ยออสโมโคสรองก้นพอประมาณ
3.ใส่ขุยมะพร้าวทับลงไปไม่ต่ำกว่า 3 เซนติเมตร เกลี่ยให้เรียบใช้มือกดเบาๆแล้วรดน้ำ
4.หว่านเมล็ดลงไป
5.ใช้ถุงพลาสติกใส สวมคลุมตะกร้าเพื่อเก็บความชื้น นำไปวางในที่ที่มีแสงสลั่ว (แสง 60 %)
รอเมล็ดงอก (จะงอกช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับชนิดพันธุ์ ความสมบูรณ์ของเมล็ดที่ปลูกและสถานที่เพาะปลูก)  เวลาเพาะเมล็กอย่านำไปไว้ที่ร่มเพราะจะทำให้งอกช้ากว่าเดิม

  1. ถอดถุงพลาสติกที่คลุมอยู่ออกเมื่อเมล็ดงอกดีแล้ว
  2. ใช้ตะกร้าอีกใบที่มีขนาดเท่ากันมาคว่ำครอบไว้เพื่อ ลดแสง ป้องกันแมลง และป้องกันฝนที่ตก

หลังจากนั้นเริ่มปรับให้ได้รับแสงมากขึ้น ต้นก็จะแข็งแรงขึ้น

เมล็ดที่เพาะไว้อาจกินเวลาตั้งแต่3เดือนหรืออาจถึง1ปีกว่าจะเรี่มแยกได้ ขึ้นอยู่ที่ปัจจัยน้ำ แสง ชนิดพันธุ์

หม้อข้าวหม้อแกงลิงที่พบในประเทศไทย

หม้อข้าวหม้อแกงลิงในประเทศไทย

ในประเทศไทยพบว่าหม้อข้าวหม้อแกงลิงมีการกระจายพันธุ์ตั้งแต่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, ภาคกลาง, ภาคตะวันออก และภาคใต้

หม้อข้าวหม้อแกงลิงที่ถูกบันทึกว่าพบในประเทศไทย

1. Nepenthes anamensis

2. Nepenthes ampullaria

3. Nepenthes globosa

4. Nepenthes gracilis

5. Nepenthes mirabilis

6. Nepenthes sanguinea


7. Nepenthes smilesii


8. Nepenthes thorelii